ปัญหาสมองไหล
สมองไหล... ใครคิดคำนี้ฟะ ฟังดูโหด -_- ช่วงนี้คำนี้วนเวียนอยู่ในหัวบ่อยฮะ สมองไหล สมองไหล สมองไหล กลัวๆอยู่ว่าคิดมากไปแล้วมันจะไหลออกมาจริงๆ -_- สมองไหลเป็นคำที่ใช้เรียกคนไทยที่ไปทำงานเมืองนอก เกิดกันมากในงานสาย IT ที่ใช้คำว่าสมองไหลก็เพราะแทนที่จะใช้สมองในการพัฒนาประเทศตัวเอง แต่กลับต้องใช้สมองไปพัฒนาประเทศคนอื่น ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมคำคำนี้ถึงวนเวียนอยู่ในหัวข้าพเจ้าตลอดเวลา ก็เพราะ...มันเกิดขึ้นกับตัวเองไงล่ะ!! ทุกวันนี้คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำงานเมืองไทยดีหรือจะทำเมืองนอกดี (คิดนานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย) ใจจริงอยากทำงานไทยมากกว่า เพราะไม่อยากไปไกลบ้านและก็อยากพัฒนาประเทศ(จริงจังนะเนี่ย) แต่ที่โลเลเพราะเรื่องเดียวเลยคือ "เงิน" ไอ่เราไม่ได้ร่ำรวยขนาดจะไม่เอาเงินเดือนแล้วทำงานเพื่ออุดมการณ์ได้ ไว้รอรวยก่อนค่อยว่ากัน ตอนนี้คงต้องคิดถึงเรื่องเงินกันนิดนึง แล้วก็มาให้เหตุผลตัวเองว่าทำไมนะทำไม ทำไมสาย IT อย่างเราถึงสมองไหลกันเพียบ ทำไมไม่อยู่ในไทยกัน ทำไมไปต่างประเทศกันหมด จากประสบการณ์การทำงาน(Part-Time)ที่ผ่านมาหลายปีข้าพเจ้าจึงค้นพบความจริงที่ว่า "คน IT ในไทยมันไร้ค่า" แรงเนอะแรง แต่เป็นความจริงที่น่าเศร้าของประเทศไทย เหมือนว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม งานทางด้านนี้เลยไม่สามารถเกิดได้อย่างเต็มที่ ตกลงคือเราอยู่ผิดประเทศ -_- ถึงแม้บุคลากรของเราจะเก่งมากก็ตาม พูดจริงๆนะ เมืองนอกยังอึ้งทึ่งในความสามารถคนไทยเลย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครต้องการอยู่ดี เพราะไม่มี Demand หรือถ้ามี Demand ก็ตีค่าตัวถูกเหลือเกิน แต่ก็เพราะค่าครองชีพบ้านเรามันต่ำด้วยอ่ะนะ (โยงกันหมด) อีกอย่างคือความถือตัวของผู้เป็นหัวหน้า ได้ยินมาเยอะมาก มีลูกน้องหัวก้าวหน้าอยากจะทำสิ่งที่คิดว่าเป็นผลดีต่อบริษัท แต่หัวหน้าเห็นว่ามันจะเก่งเกินกว่าชั้นไปแล้ว สุดท้ายก็โดนกดดันให้ลาออกจากบริษัทเฉย คิดว่าคงต้องมีหน่วยงานเปิดอบรมการเป็นผู้นำบ้างแล้วล่ะ อีกเรื่องคือไม่มีใครสนับสนุนเรื่องดีๆในไทยกันเลย เอาตัวอย่างเร็วๆนี้เลย เด็กไปแข่งได้แชมป์โลกกลับมาแท้ๆ ดันได้ลงกรอบเล็กๆ ส่วนไอ่พวกก่อขบวนประท้วงสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านได้กรอบใหญ่มาก! แล้วใครจะทำดีล่ะฮะ เมื่อทำแล้วไม่มีใครเห็น หันไปทำชั่วกันดีกว่า คนเห็นเยอะดี! ทีหลังจะหาเรื่องเลวๆทำเผื่อได้ลงกรอบใหญ่ๆบ้าง สุดท้ายจริงๆแล้วปัญหาสมองไหลมันก็ถูก Normalize มาเป็นปัญหาความไร้ค่าในสังคมนั่นเอง ไม่มีใครต้องการแล้วชั้นจะอยู่ทำไมล่ะ!! เออ แล้วชั้นจะอยู่ทำไมฟะ -_- ผมฝันฮะผมฝัน ผมฝันอยากเห็นอาคารวิจัยทางด้านไอทีสูงใหญ่ที่มีบุคลากรขั้นเทพอยู่นับพัน ทุกคนทำงานกันด้วยความสุขและเข็นผลงานออกมาให้โลกต้องตกใจ ในขณะเดียวกันก็พัฒนาบุคลากรขั้นเทพออกมาเรื่อยๆ ทำเหมือนกับ Infosys ในอินเดียที่ทำเหมือนมหาวิทยาลัยเลย ปีๆนึงมีคนเทรนด์ออกมาเป็นโปรแกรมเมอร์เป็นหมื่นเลยมั้งถ้าจำไม่ผิด เห็นแล้วก็น้อยใจประเทศไทย เฮ้อๆ สุดท้ายมีใครสนใจจ้างเนยทำงานด้วยเงินเดือนหกหลักมั้ยคร้าบบบบบบบ จะรีบไปทำเลย ๕๕๕ เพลงวันนี้... ช่วงนี้กลับมาฟังเพลงเก่าๆ ฟังแล้วเศร้าๆดีรักตัวเองให้เป็น หนึ่ง ณรงค์วิทย์ Sleepless Society เคยลองรักใครให้ใจวุ่นวาย เอาตัวและใจให้ไปไม่ยั้ง แต่ละคนก็ทำให้เจ็บซ้ำๆ ช้ำจนใจแทบพัง หากว่าคุณก็เจอแต่คนที่ไม่จริงใจ อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันไม่เปลืองหัวใจ อาจจะมีแค่เหงา เหงาบ่อยๆก็คุ้นกันไป อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันมันคงไม่ตาย ช้ำมากไปก็พัก ไม่มีใครรักก็รักตัวเองให้เป็น ดูแลหัวใจให้ใครมากมาย ลืมไปได้ไงหัวใจตัวเอง ให้รางวัลกับใจเราเองสักครั้ง ให้ใจมันครื้นเครง อย่ามัวเกรงและกลัวกับการที่ไม่มีใคร อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันไม่เปลืองหัวใจ อาจจะมีแค่เหงา เหงาบ่อยๆก็คุ้นกันไป อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันมันคงไม่ตาย ช้ำมากไปก็พัก ไม่มีใครรักก็รักตัวเองให้เป็น อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันไม่เปลืองหัวใจ อาจจะมีแค่เหงา เหงาบ่อยๆก็คุ้นกันไป อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันมันคงไม่ตาย ช้ำมากไปก็พัก ไม่มีใครรักก็รักตัวเองให้เป็น ไม่มีใครรัก ก็รักตัวเองให้เป็น
นะจ๊ะ ไม่มีใครรัก ก็รักตัวเองให้เป็น
<< กรูเกลียดทรู
นะเอย 01:55 น. 24 ก.ค. 2551
แนะนำให้ไปเล่นการเมือง
เพราะว่า
1) ได้อยู่เมืองไทย สมใจ
2) ได้พัฒนาประเทศ (ถ้าอยากจะพัฒนา)
3) ได้ลงกรอบใหญ่ๆ !! (ในแง่ไหนไม่รู้)
4) ได้เงิน(ต่อ)เดือนเกินหกหลักแน่ๆ
เพ้อเจ้อจังกู
By: สปิน ๙ ( ) 02:58 น. 24 ก.ค. 2551